แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารไทย แสดงบทความทั้งหมด

ยำปลาหมึก

                                    ยำปลาหมึก



THAI SQUID SALAD 

...ส่วนผสม...

* ปลาหมึกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 400 กรัม
* ต้นหอมหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
* ใบสาระแหน่ 1/2 ถ้วยตวง
* คึ้นฉ่ายหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
* ขิงซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
* หอมใหญ่หั่น 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
* ผักชีหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
* พริกขี้หนูทุบพอแหลก 3-5 เม็ด
* ตะไคร้ซอยละเอียด 1 ช้อนชา
* น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ


     ...วิธีทำทีละขั้นตอน...

1. นำปลาหมึกไปลวกในน้ำร้อนจนสุก นำออกมาสะเด็ดน้ำ

2. นำปลาหมึกที่ลวกแล้วไปผสมกับ, พริก, น้ำมะนาว, น้ำปลา, น้ำตาล, ตะไคร้, คึ้นฉ่าย, ขิงซอย และหอมใหญ่ คลุกจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี

3. ปรุงรสเพิ่มเติมตามรสที่ต้องการ รสชาติดั้งเดิมควรจะมีรสเปรี้ยวนำ และมีรสค็มนิดหน่อย ส่วนรสเผ็ดปรับความชอบ

4. จัดใส่จาน แต่งหน้าด้วยผักชี, ใบสาระแหน่ และต้นหอม เสริฟทันที พร้อมข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นกับแกล้มก็ได้ี (สำหรับอาหารประเภทยำนั้น เมื่อยำแล้วควรจะเสริฟทันที ถ้าทิ้งไว้นานเนื้อสัตว์จะดูดน้ำยำเข้าไป ทำให้รสชาติผิดไปจากที่ปรุงไว้ อาหารจะชืดและไม่อร่อย)


ผัดกระเพราไก่

                                                  ผัดกะเพราไก่


                              FRIED CHICKEN WITH BASIL LEAVES  



                                                    ส่วนผสม

*เนื้อไก่เนื้อไก่ 450 กรัม (หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีำคำ)

* กระเทียม 5 กลีบ (สับให้ละเอียด)

* หัวหอมใหญ่ 1/2 ถ้วยตวง (หั่นเป็นชิ้นบางๆ)

* น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

* ซิอิ๊วดำ 2 ช้อนชา

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* ใบกะเพรา 1 ถ้วยตวง

* พริก 7 เม็ด (ทุบพอแหลกและสับหยาบๆ)

* พริกไทยป่น

หมายเหตุ : สามารถใส่ผักอื่นๆลงไปผัดร่วมด้วยเช่น แครอท, ถั่วฝัก, ข้าวโพดอ่อน เป็นต้น


....วิธีทำ...

1. ตั้งน้ำมันในกระทะจนร้อน จากนั้นใส่กระเทียมและผัด 5-10 วินาที ใส่หอมใหญ่ และผัดต่อไปอีกสักพักจนกลิ่นเริ่มหอม ใส่เนื้อไก่ลงต่อและผัดจนเนื้อไก่สุกทั่ว

2. ใส่พริกและซิอิ๊วดำลงไปในกระทะ ผัดต่อไปอีก 15-20 วินาที
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา และใส่ใบกะเพราลงไปในกระทะ ปิดไฟจากนั้นผัดให้กะเพราผสมกับเนื้อไก่่่จนทั่ว ตักใส่จาน ก่อนเสิรฟโรยหน้าด้วยพริกไทย เสิรฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ ในบางครั้งไข่เจียวหรือไข่ดาวมักจะเสิรฟร่วมด้วย

น้ำพริกอ่อง

น้ำพริกอ่อง



ส่วนประกอบ
* หมูสับ 300 กรัม
* มะเขือเทศ 200 กรัม
* หอมแดงหั่นเป็นชิ้นๆ 100 กรัม
* พริกแห้งหั่นเป็นชิ้นๆ 50 กรัม
* ตะไคร้หั่นละเอียด 25 กรัม
* กะปิ 30 กรัม
* เต้าเจี้ยว 1 ช้อนชา
* กระเทียมสับละเอียด 40 กรัม
* เกลือ 1/2 ช้อนชา
* น้ำตาล 1 ช้อนชา
* ผักชีสำหรับแต่งอาหาร
* ผักสด (แตงกวา, แครอท, กะหล่ำปลี, อื่นๆ)

 วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ใส่หอมแดง, กะปิ, กระเทียม (20 กรัม), เต้าเจี้ยว, พริก, ตะไคร้ และน้ำ 1/2 ถ้วยตวง ลงในเครื่องปั่นอเนกประสงค์ (หรือใช้ครก+สาก) ปั่นจนกระทั่งส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี
2. ใส่น้ำมันในกระทะและนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง ใส่กระเทียมลงไปผัดจนเหลือง จากนั้นจึงใส่ส่วนผสมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่หนึ่งลงไปผัดจนหอม
3. ใส่หมูลงไปผัดจนสุกทั่ว จากนั้นจึงใส่มะเขือเทศ, น้ำเปล่า, เกลือและน้ำตาล
4. หมั่นคนจนกระทั่งเดือด จึงลดไฟลงและเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆประมาณ 10 - 20 นาที
5. ตักใส่ถ้วย แต่งหน้าด้วยผักชี และผักสดต่างๆ (ถ้าไม่ชอบผักสด สามารถนำไปลวกจนสุกได้) เสริฟทันทีพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ (หรือข้าวเหนียว)


แกงส้มผักรวมกุ้งสด

                                    แกงส้มผักรวมกุ้งสด




แกงส้มผักรวมกุ้งสด

แกงส้ม ถือเป็นอาหารที่นิยมกินกันในทุกภาคเนื่องจากหากินได้ง่ายและจัดว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพได้เพราะสามารถใส่ผักได้หลายชนิดจะใส่ผักชนิดเดียวหรือผักหลายชนิดรวมกันก็ได้ 

สมัยก่อนนิยมใช้ผักชนิดเดียวแต่ในปัจจุบันนิยมใช้ผักหลายๆชนิดมารวมกันเนื่องจากผักหลายชนิดทำให้มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ต่างกันและทำให้รสชาติของน้ำแกงอร่อยขึ้นผักที่ใช้เช่นผักกาดขาวดอกแคแตงโมกระเฉดอ่อนผักบุ้งผัก

เนื้อสัตว์ที่นิยมใช้คือปลาและกุ้งส่วนหนึ่งของเนื้อสัตว์ที่ใส่ในแกงจะนำมาโขลกปนกับเครื่องแกงเครื่องแกงส้มประกอบด้วยพริกแห้งหอมแดงกะปิถ้าจะให้มีรสเผ็ดเพิ่มขึ้นอาจใช้พริกขี้หนูสดสีแดงหรือพริกชี้ฟ้าแดงแทนพริกแห้งก็ได้วันนี้แนะนำ "แกงส้มผักรวมกุ้งสด"ค่ะ


วิธีทำและส่วนผสมแกงส้มกุ้งสด มีดังนี้

1.กุ้งกุลาดำหรือกุ้งแชบ๊วย (ไซต์กลางๆ) 4-5 ตัว,
2.น้ำพริกแกงส้ม 1 ขีด,
3.ผักกาดขาว 1 1 / 2 ถ้วย,
4.หัวไชเท้า 1 ถ้วย,
5.ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 1 / 2 ถ้วย,
6.ผักบุ้งไทยหั่นท่อน 1 1 / 2 ถ้วย,
7.น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ,
8.น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ,
9.น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ,

10.น้ำซุปกระดูกไก่ 4 ถ้วยตวง

ส่วนผสมน้ำพริกแกงส้ม
พริกแห้งแกะเม็ดแช่น้ำ 1 / 3 ถ้วย, หอมแดงซอย 1 / 3 ถ้วย, กระเทียม 1 / 2 ช้อนชา, กะปิ 1 ช้อนชาครึ่ง, เกลือป่น 1 ช้อนชา, เนื้อปลาต้ม 1 / 2 ขีด (ทำให้เพื่อจะน้ำขึ้นข้นแกงส้ม)

วิธีทำแกงส้ม
1. โขลกพริกแห้งหอมแดงกระเทียมกับเกลือป่นให้ละเอียด
2. ใส่เนื้อปลาต้มลงโขลกให้เข้ากัน
3. ล้างกุ้งแกะเปลือกเด็ดหัวผ่าหลังชักเส้นดำออก
4. ตั้งน้ำซุปให้เดือดแล้วละลายน้ำพริกแกงส้มลงไป
5. พอน้ำแกงเดือดใส่หัวไชเท้าถั่วฝักยาวผักบุ้งผักกาดขาวพอผักนุ่มจึงใส่กุ้ง
6. ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำมะขามเปียกยกลงแล้วจึงใส่น้ำมะนาวตักเสิร์ฟขณะร้อน

ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.bloggang.com

ยำเห็ดเข็มทอง

                                     ยำเห็ดเข็มทอง



ส่วนผสม
เห็ดเข็มทอง(ตัดส่วนโดนเห็ดออก) 100 กรัม
ผักชีเด็ดใบ 3 กรัม
พริกขี้หนูสับละเอียด (ปรับเปลี่ยนได้ตามปริมาณความจัดจ้าน )  6-7 เม็ด
มะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมซอย
กระเทียมเม็ดใหญ่ ซอยละเอียด1 หัว
รากผักชี  2 ราก
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
หมูสับ 1 ขีด
กุ้งสด 4-5 ตัว
ปลาหมึกสด    2-3 ตัว

ขั้นตอนการทำ
1. ตั้งน้ำให้เดือดจากนั้นใส่รากผักชีที่ทุบแล้วลงไป นำเห็ดเข็มทองมาลวกในน้ำเดือดเมื่อสุกแล้วตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
2. นำกุ้งสด (กุ้งที่แกะเปลือกแล้วผ่าหลังเอาเส้นสีดำออก) หมึกสด (หั่นเป็น 2 ท่อน) และหมูสับมาลวกให้สุกตักขึ้นพักไว้
3. มาถึงขั้นตอนในการทำน้ำยำโดยผสมน้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว พริกขี้หนู คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วปรุงรสตามใจชอบ
4. นำเห็ด กุ้ง ปลาหมึกและหมูสับที่สุกแล้วมาคลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน ใส่น้ำยำลงไปคลุกเคล้าอีกรอบ ตามด้วยต้นหอมซอยและผักชีที่เด็ดไว้แล้ว
5. ตักใส่จานแต่งหน้าด้วยยอดผักชีที่เหลือพร้อมเสิร์ฟ

ผัดผักบุ้งไฟแดง

                                                     ผัดผักบุ้งไฟแดง



ผักบุ้ง เป็นผักที่ช่วยให้คุณนั้นมีสายตาที่ดีขึ้น ซึ่งก็เป็นเพราะว่าผักบุ้งนั้นช่วยบำรุงสายตาของคุณให้มีสุขภาพที่ดี อีกทั้งยังเป็นผักที่ใยอาหารสูงจึงช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายให้มีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่อาการท้อผูกหรือถ่ายยากนั้นให้ลองรับประทานอาหารที่มีผักบุ้งเป็นส่วนประกอบจะช่วยให้มีการขับถ่ายที่ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณนั้นรู้สึกดี และวันนี้ผู้เขียนก็มีเมนูอาหารที่น่ารับประทานและเป็นเมนูอาหารง่ายๆอีกอย่างหนึ่งมาฝากกันด้วยค่ะ ซึ่งเมนูนั้นก็คือผัดผักบุ้งนั่นเอง ซึ่งมีส่วนผสมและขั้นตอนการทำผัดผักบุ้งดังต่อไปนี้

ส่วนผสม
                                           ผักบุ้งจีนเด็ดยาว 2 นิ้ว 200 กรัม
                                           พริกขี้หนูสีแดงบด 1 ช้อนชา
                                           พริกขี้หนูสีเขียวทุบ 5 เม็ด
                                           กระเทียมบด 1 ช้อนชา
                                           น้ำมันหอย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
                                           ซอสปรุงรส 3 ช้อนชา
                                           เต้าเจี้ยวบด 1/2 ช้อนโต๊ะ
                                           น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
                                           พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
                                           น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
                                           น้ำหรือน้ำสต๊อกหมู 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ
1.เตรียมบักบุ้งจีนที่ซื้อมาทำความสะอาด แล้วหั่นหรือเด็ดยาวประมาณ 2 นิ้ว
2.เตรียมผักบุ้งจีนที่เด็ดแล้ว พริกขี้หนูสีแดงบด พริกขี้หนูสีเขียวทุบ กระเทียมบดหรือทุบพอแหลก ซอสปรุงรส น้ำมันหอย เต้าเจี้ยวบด น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น ใส่ในจานเดียวกัน
3.ตั้งกระทะโดยใช้ไฟแรง จนกระทะร้อนแล้ว ใส่น้ำมัน พอน้ำมันเริ่มร้อนจัด ให้นำผักบุ้งที่เตรียมใส่จานไว้เมื่อสักครู่ ใส่ลงในกระทะ ผัดไฟแรง อย่างรวดเร็ว เติมน้ำหรือน้ำสต๊อกหมู 4.ผัดพอสุกทั่วแล้วปิดไฟ ตักใส่จาน เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวต้มกุ๊ยร้อนๆ ก็ได้


เนื้อแดดเดียว

                                      เนื้อแดดเดียว


ส่วนผสมหลัก
เนื้อวัว
500 กรัม
กระเทียม
1 หัว
ผงกะหรี่
1 ช้อนชา
พริกไทยป่น
1/2 ช้อนชา
น้ำมันหอย
1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา
1 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี
3 ราก
น้ำตาลทราย1 ช้อนโต๊ะ
เหล้าขาว2 ช้อนโต๊ะ
ซอสพริก
3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  • ล้างเนื้อให้สะอาด แล่ออกเป็นแผ่นหนา ประมาณ 1 ซ.ม.
  • โขลกกระเทียม รากผักชี พริกไทยให้ละเอียด เคล้ากับเนื้อให้เข้ากัน เติมน้ำปลา เหล้าขาว น้ำมันหอย น้ำตาลทราย ผงกะหรี่ หมักประมาณ 1 ช.ม. แล้วตากแดด 1 วัน (ส่วนรับประทานได้คิดเป็นสัดส่วน ครึ่งหนึ่งของน้ำหนักเริ่มต้น)
  • ทอดเนื้อ ในน้ำมันร้อน พอสุกตักให้สะเด็ดน้ำมัน รับประทานกับซอสพริก

ต้มข่ากุ้งทะเลเกยตื้น

                          ต้มข่ากุ้งทะเลเกยตื้น


ต้มข่ากุ้งทะเลเกยตื้น

 
ต้มข่ากุ้งรสแซ่บ
เมนูเด็ดวันนี้ แม่ครัวสายพันธุ์ลาวยโส มาดามนี คนไท(ยโส) ในต่างแดน ที่พำนักอยู่ในประเทศฝรั่งเศษ จะมาแนะนำวิธีการปรุงเมนูต้มข่ากุ้งรสแซ่บ‏ ด้วยเครื่องปรุงและขั้นตอนการทำง่าย ๆ เป็นอาหารไทยภาคกลาง เป็นอาหารคาวที่รับประทานกับข้าวสวย รับประทานกันทั่วทุกภาคในประเทศ

ส่วนประกอบ1.กุ้งสด 10-12ตัว (หรือมากน้อยตามชอบค่ะ)
2.กะทิกล่อง 1 กล่อง 
3.ข่า 7-8 แว่น 
4.ตะไคร้ 1-2 ต้น
5.พริกสด 3-4 เม็ด หรือเผ็ดตามชอบ
6.เห็ดสด ที่นี่ใช้เห็ดกระดุม หรือ เห็ด Paris (เห็ดนางฟ้าหายาก) กะพอประมาณ
7.ผักชี ต้นหอม 2-3 ต้น
8.น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
9.น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
10.น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
11.น้ำเปล่า 2 ถ้วย 
12.เกลือป่น หรือ ผงคนอร์ 1 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ1.แกะเปลือกกุ้งออก ผ่าหลัง ล้างน้ำให้สะอาด พักไว้
2.นำข่า ตะไคร้ ล้างให้สะอาด หั่นข่าเป็นแว่นๆ หั่นตะไคร้เฉียงๆ พักไว้
3.นำเห็ด พริกสด ต้นหอม ผักชี ล้างให้สะอาด หั่นเห็ด 5-6 ส่วน พองาม ต้นหอมผักชีหั่นหยาบ พริกหั่นเฉียง ๆ พักไว้
4.เปิดเตาไฟแรงปานกลาง ใส่นำ้เปล่า 1 ถ้วย กะทิครึ่งกล่อง รอจนเดือด ใส่ข่า ตะไคร้ ลงไป เคี่ยว 5นาที 
5.ใส่เห็ด ใส่น้าเปล่าอีก 1ถ้วย ใส่กะทิที่เหลืออีกครึ่งกล่องลงไป รอจนนำ้เดือดซักพัก
6.ใส่กุ้งสดที่เตร์ยมไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ปิดไฟ (สาเหุตที่ใส่กุ้งทีหลัง เพราะว่ากุ้งสุกง่าย กุ้งจะได้ไม่แข็ง เดี๋ยวไม่อร่อย)
7.ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำมะนาว น้าตาลทราย ชิมรสตามชอบใจ โรยผักชี ต้นหอม คนให้เข้ากัน 
ตักใส่ชาม โรยผักชี พริกสด แต่งให้สวย พร้อมเสิร์ฟ (ชอบเผ็ดใส่พริกตามชอบค่ะ)


ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์


ไก่ผัดเม็ดมะม่วง

 
ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นอีกหนึ่งอาหารจานโปรดของชาวต่างชาติทั้งที่เคยและไม่เคยเดินทางไปประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งเมนูของไทยที่ทำได้ค่อนข้างง่าย ๆๆ เสิรฟพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็แซบเวอร์ เบา ๆ แล้ว หิว

ส่วนประกอบและเครื่องปรุง1.เนื้อสะโพกไก่ 300 กรัม 
2.ซ๊อสถั่วเหลือง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
3.ซ๊อสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
4.มะม่วงหิมพานต์ 1/3 ถ้วยตวง
5.ต้มหอม 2 ต้น 
6.กระเทียม 3 กลีบ
7.หอมใหญ่ 1/4 หัว 
8.พริกแห้ง 4 เม็ด 
9.น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
10.เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ (ไวน์สำหรับทำอาหาร)
11.น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก

แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง

                          แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง


แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง

 
แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง รสชาติร้อนแรงแบบอีสานบ้านเฮา นัวลึกแซบบบ แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง มี 2 ตำรับ คือ แกงผักหวานป่า และแกงผักหวานบ้าน นิยมแกงใส่ไข่มดแดง ซึ่งเป็นฤดูที่ผักหวานป่าผลิยอดในช่วง มีนาคม มิถุนายน และเป็นช่วงเดียวกับมดแดงออกใข่

ส่วนประกอบ1.ผักหวานป่า 2 กำมือ (ใส่หลายกะแซบบหลาย)
2.ไข่มดแดง 1 ถ้วยน้อย (ใส่หลายกะแซบบหลาย)
3.แมงลัก (ผักอีตู่) 1 กำมือ
4.ปลาร้า 2 ช้อนโต๊ะ (เอาพอดีนัว)
5.นํ้าปลา 1 ช้อนโต๊ะ(เอาพอดีนัว)
6.น้ำ 1 ถ้วย
7.พริกแห้ง หรือดิบ 5 เม็ด
8.ตะไคร้ 1 ต้น
9.หอมแดง 3-5 หัว
10.เกลือป่นเล็กน้อย (เอาพอดีนัว)
11.ใบมะกรูด
หมายเหตุ : เครื่องแกง โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด

วิธีทำ1.ล้างผัก ล้างไข่มดแดง ให้สะอาด เตรียมไว้
2.โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด(พริก ตะไคร้ หอมแดง เกลือป่น)
3.หม้อตั้งไฟแล้วใส่น้ำลงในหม้อ พอเดือด ใส่เครื่องแกง ผักหวาน ไข่มดแดง
4. ปรุงรสด้วยปลาร้า น้ำปลา ตบท้ายด้วยผักแมงลัก (ผักอีตู่)
5. ยกลงตักใส่ถ้วย เสิร์ฟ มาเด้อพี่น้องกินข้าวนำกัน เป็นมื้อที่แซบที่สุด

ยำปลาหมึก

                             ยำปลาหมึก

ยำปลาหมึก
* ปลาหมึกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 400 กรัม
* ต้นหอมหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
* ใบสาระแหน่ 1/2 ถ้วยตวง
* คึ้นฉ่ายหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
* ขิงซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
* หอมใหญ่หั่น 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
* ผักชีหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
* พริกขี้หนูทุบพอแหลก 3-5 เม็ด
* ตะไคร้ซอยละเอียด 1 ช้อนชา
* น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
ปลาหมึกสด
ยำปลาหมึก
     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. นำปลาหมึกไปลวกในน้ำร้อนจนสุก นำออกมาสะเด็ดน้ำ
2. นำปลาหมึกที่ลวกแล้วไปผสมกับ, พริก, น้ำมะนาว, น้ำปลา, น้ำตาล, ตะไคร้, คึ้นฉ่าย, ขิงซอย และหอมใหญ่ คลุกจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี
3. ปรุงรสเพิ่มเติมตามรสที่ต้องการ รสชาติดั้งเดิมควรจะมีรสเปรี้ยวนำ และมีรสค็มนิดหน่อย ส่วนรสเผ็ดปรับความชอบ
4. จัดใส่จาน แต่งหน้าด้วยผักชี, ใบสาระแหน่ และต้นหอม เสริฟทันที พร้อมข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นกับแกล้มก็ได้ี (สำหรับอาหารประเภทยำนั้น เมื่อยำแล้วควรจะเสริฟทันที ถ้าทิ้งไว้นานเนื้อสัตว์จะดูดน้ำยำเข้าไป ทำให้รสชาติผิดไปจากที่ปรุงไว้ อาหารจะชืดและไม่อร่อย)



Squid, cut into pieces 400 grams.
* 1 tablespoon chopped green onion.
* Mint leaves 1/2 cup.
* Signup with Pickled sliced ​​1 tbsp.
* Ginger, sliced ​​1/2 tbsp.
* 2 tablespoons chopped onion.
* Sugar 1/2 tsp.
* 2 tablespoons fish sauce.
* 1 tbsp chopped coriander.
* Enough paprika, crushed 3-5 pounding grain.
* Lemongrass, finely chopped 1 tsp.
* 3 tablespoons lemon juice.


How to do step by step.

First. Put octopus boiled in hot water to cook. Remove and drain.

Two. Brought to mix with the boiled squid, chilli, lime juice, fish sauce, sugar, lemongrass, Signup at Pickled ginger, soy and onion mixture and mix until everything is well combined.

Three. Additional seasoning to taste. Taste should be sour. And the little cottage flavor. The spicy taste fine.

4. Dish garnish with coriander leaves, mint leaves and serve immediately with steamed rice and spring onion. Or as a snack, it Adgi. (For the spicy food. When the salad should be served immediately. If left long meat will absorb into the salad. The flavors of the ingredients that go wrong. Food is insipid and unpalatable).

ต้มข่าไก่

                               ต้มข่าไก่



วิธีทำต้มข่าไก่
ส่วนผสมที่ใช้ทำ ต้มข่าไก่
  • ไก่ 1 ตัว
  • มะพร้าว 1/2 กิิโลกรัม
  • ตะไคร้ 3 ต้น
  • ใบมะกรูด 10 ใบ
  • ข่าอ่อน
  • น้ำปลา
  • มะนาว
  • พริกขี้หนู
  • รากผักชี
ขั้นตอนและวิธีทำ ต้มข่าไก่
  1. ไก่ล้างน้ำเำแล้ว หั่นเป็นชิ้นใหญ่ทั้งกระดูก 
  2. ข่าอ่อนหั่นเป็นแว่นบางๆ 
  3. เตรียมมะพร้าวคั้นกะทิ กะน้ำพอควร ดั้งไฟ 
  4. ใส่ใบมะกรูดฉีก ตะไคร้ บุบพอแตก สุกทั่ว ยกลง 
  5. ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำมะนาว พริกขี้หนูบุบ ชิมรสดู โรยผักชีั

โจ๊กหมู

                               โจ๊กหมู



วิธีทำเมนูโจ๊กหมู
ส่วนผสมที่ใช้ทำโจ๊กหมู
  • เนื้อหมูสับ 2 ขีด
  • ตับหมูหั่นบาง1 ขีด
  • น้ำต้มกระดูกหมู 2 ถ้วย
  • ปลายข้าว 1/2 ถ้วย
  • ซีอิัวขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • ขิงหั่นฝอย 1/2 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • ต้นหอมผักชีหั่นฝอย 1/2 ถ้วย
  • พริกไทยป่น
ขั้นตอนและวิธีทำการทำโจ๊กหมู
  1. นำปลายข้าวมาต้มจนเปื่อย สุก
  2. ใส่น้ำต้มกระดูกหมูที่เตรียมไว้ลงไปผสมกับปลายข้าวที่ต้มเตรียมไว้พอเดือด
  3. ใส่หมูสับแบ่งเป็นก้อนเล็กๆ ปรุงรส ตามชอบ ด้วยซีอิ้วขาวหรือ น้ำปลา
  4. ใส่ตับหมูืลงไป คนให้เข้ากันทั่วหม้อ
  5. พอสุกจึงยกลง ตอกไข่ที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในชามที่จะเสิร์ฟ ตักโจ๊กใส่ลงไป
  6. แต่งหน้าจานด้วยขิง ต้นหอม ผักชี และ พริกไทยป่น

ข้าวต้มทรงเครื่อง

                           ข้าวต้มทรงเครื่อง


ส่วนผสมที่ใช้ทำ ข้าวต้มทรงเครื่อง
- ข้าวสวย 600 กรัม
- หมูสับ 200 กรัม
- กุ้งสดแกะเปลือก 200 กรัม
- น้ำเปล่า 5 ถ้วย
- น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมปอกเปลือกสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- ตั้งฉ่าย 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส ,น้ำปลา, น้ำส้มพริกดอง, เต้าเจี้ยว, ต้นหอม, ขึ้นฉ่ายหันฟอย, พริกไทยป่น, อย่างละ 1/2 ช้อนโต๊ะ
 
ขั้นตอนและวิธีทำการทำ ข้าวต้มทรงเครื่อง
1. เจียวกระเทียมในน้ำมันตั้งไฟแรงปานกลางพอเหลืองเอาขึ้นพักไว้
2. นำเนื้อหมูและกุ้งสดที่เตรียมไว้ ผัดลงไปในกระทะ ให้สุกทั่วกันนำขึ้นพักไว้
3. นำน้ำใส่ลงไปในหม้อตั้งไฟให้เดือด นำข้าวที่เตรียมไว้ใส่ลง หลังจากนั้นตามด้วย เนื้อหมูและกุ้งสดที่พักไว้ คนให้เนื้อทั้งหมดเข้ากันทั่วๆ ปรุงรสด้วยซอสปรุงรสใส่ตั้งฉ่ายลงไป คนให้เข้ากันทั่วๆ ยกขึ้นตักใส่ถ้วย
4. หลังจากใส่ถ้วยแล้วปรุงรสตามใจชอบ พริกไทยป่น เต้าเจี้ยว ต้นหอม ขึ้นฉ่าย น้ำส้ม อย่างละนิด และตกแต่งด้วยกระเทียวเจียว โรยหน้าด้วยผักชี

ซุปหน่อไม้

                              ซุปหน่อไม้

ส่วนผสม
- หน่อไม้ลวก 3ขีด
- ใบย่านาง 30 ใบ
- น้ำปลาร้า 50 กรัม
- ใบสะระแหน่ 10 กรัม
- เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 30 กรัม
- ผักชีฝรั่งซอย 2 ต้น
- ต้นหอมซอย 20 กรัม
- งาขาวคั่ว 3 กรัม
- พริกป่น 1 ช้อนชา
ขั้นตอนและวิธีทำการทำซุปหน่อไม้
1. นำหน่อไม้ไปเผาแล้วนำมารวกน้ำร้อน หลังจากนั้น นำหน่อไม้มาขูดให้เป็นเส้นๆ
2. นำใบย่านางที่เตรียมไว้มาโขลก แล้วคั้นเอาแต่น้ำใบย่านาง กรองด้วยด้วยผ้าขาวบาง
3. นำน้ำใส่ในหม้อตามด้วยน้ำใบย่านางที่กรองไว้แล้ว เสร็จแล้วตั้งไฟต้มจนเดือด นำ่หน่อไม้ใส่ไปในหม้อ ต้มให้เดือดหน่อไม้เดือด ใส่น้ำปลาร้า น้ำปลา เกลือ ที่เตรียมไว้
4. พอเดือดได้ที่ ตักซุบหน่อไม้ใสชามแล้วปรุงรสด้วยน้ำมะนาว พริกป่น คลุกเคล้าให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
5. เสร็จแล้วตักซุปหน่อไม้ใส่จาน จัดหน้าด้วย งาคั่ว ผักชีฝรั่ง ต้นหอม ใบสะระแหน่ โรยให้ทั่ว

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.thaifoodcookbook.net

ผัดเผ็ดปลาดุก

                          ผัดเผ็ดปลาดุก


ส่วนประกอบ
  
                                            - ปลาดุก 5ตัว
                                            - กระชาย 10 ราก
                                            - พริกชี้ฟ้า 5 เม็ด
                                            - ใบโหระพา 3 ต้น
                                            - น้ำมันหมู
                                            - น้ำปลา
                                            - น้ำตาล
                                            - พริกขี้หนู 24 เม็ด
                                            - หัวหอม 4 หัว
                                            - กระเทียม 1หัว
                                            - ข่า4แว่น
                                            - ตะไคร้หั่นฝอย 1 ต้น
                                            - รากผักชี 3 ราก
                                            - ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1/2 ช้อนชา
                                            - กะปิ 1/2 ช้อนชา โขลกละเอียด
 
                                 ขั้นตอนและวิธีทำผัดเผ็ดปลาดุก
                                                 1.ล้างปลาดุกให้หมดเมือก แล่เอาแต่เนื้อ หั่นชิ้นบางๆ
                                                 2.ขูดผิดกระชาย หั่นฝอยยาว แช่นำ้แล้วสงขึ้น
                                                 3.เด็ดใบโหระพา พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง
                                                 4.กระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมัน พอร้อน
                                                 5.ผัดกับน้ำพริกให้หอม ใส่ปลาดุกผัดจนสุก
                                                 6.เติมน้ำ 1/4 ถ้วย ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล
                                                 7.ใส่กระชายผัดให้เข้ากันทั่วใส่ใบโหระพา พริกชี้ฟ้า ผัดคลุกให้ทั่ว
                                                 8.ตักขึ้นใส่จาน

ที่มา
http://www.thaifoodcookbook.net

ลาบหมู

                                  ลาบหมู


ส่วนผสม
* หมูสับ 350 กรัม
* ใบสาระแหน่ 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
* ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
* ต้นหอมซอย 3 ช้อนโต๊ะ
* ผักชีหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
* พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาล 0.5 ช้อนชา
* หอมแดงหั่นหยาบ 0.5 ถ้วยตวง
* น้ำซุปไก่ 1 ถ้วยตวง (หรือน้ำเปล่า)
* กะหล่ำปลี 0.5 ลูก (หั่นเป็นเสี้ยว)
* ถั่วฝักยาว 5 ต้น (หั่นเฉียง)
ใบสาระแหน่
ลาบหมู
 
     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ต้มน้ำในหม้อเล็ก ใส่หมูสับและต้มต่อไปอีก 2 นาที ระหว่างต้มใช้ทัพพีเขี่ยให้หมูแยกออกจากกัน เมื่อหมูสุกดีแล้วจึงปิดไฟ และเทน้ำออก
2. นำหมูที่สุกแล้วไปใส่ในชามขนาดกลาง เติมหอมแดง, ต้นหอม, ผักชี และใบสาระแหน่ (เหลือนิดหน่อยไว้แต่งหน้า) ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว, น้ำปลา, ข้าวคั่ว, พริกป่นและน้ำตาล คนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน
3. ตักใส่จาน แต่งข้างจานด้วยผักสด (กะหล่ำปลี, ถั่วฝักยาว) โรยหน้าด้วยใบสาระแหน่ เสริฟพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ (หรือข้าวสวย)


ขอบคุณข้อมูลจาก


ข้าวต้มกระดูกหมู

                        ข้าวต้มกระดูกหมู


เครื่องปรุง
1. ข้าวสวย 1 ถ้วย (ปริมาณตามจำนวนคนทานนะคะ)
2. กระดูกหมู 150 กรัม
3. น้ำเปล่า 7 ถ้วยตวง
4. หมูสับ 150 กรัม
5. กระเทียมโขลก 10 กลีบ
6. คื่นช่ายซอย 1/4 ถ้วย
7. คนอร์ก้อนรสหมู (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) 1/3 ก้อน
8. ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนและวิธีทําข้าวต้มหมู
1. ตั้งหม้อใส่น้ำและกระดูกหมูลงไปด้วยไฟกลางจนเดือด(หากมีฟองขึ้นให้ช้อนฟองทิ้ง) ต้มประมาณ 30 นาที
2. ใส่ข้าวสวยลงไป หมั่นคนเป็นระยะ (ไม่งั้นข้าวจะไหม้ติดก้นหม้อ) ใส่คนอร์ลงไป (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ค่ะ) ต้มต่อไปอีก 30 นาที
3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันด้วยไฟกลางจนร้อน ใส่กระเทียมลงไปเจียวพอเหลืองตามด้วยหมูสับลงไปผัด ผัดจนหมูสับแห้งและมีสีน้ำตาลเข้ม
4. ตักหมูสับที่ผัดใส่หม้อข้าวต้ม คนให้เข้ากัน ลดไฟลงเหลืออ่อนปานกลาง ต้มต่อไปเรื่อยๆจนข้าวสุกดี ชิมรสหากไม่เค็มให้ปรุงรสเพิ่มด้วยซีอิ้วขาวเป็นอันเสร็จ
5. ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟร้อนๆ โรยหน้าด้วยคื่นช่ายซอย พริกไทย พร้อมรับประทานค่ะ
หมายเหตุ : การทำข้าวต้มชนิดนี้หากทำเสร็จแล้วควรรับประทานทันทีเพราะหากทิ้งไว้ข้างจะเหนียวไม่มีน้ำซุปทำให้ไม่อร่อย


แกงกะหรี่ไก่

                            แกงกะหรี่ไก่


เครื่องปรุง
                                                       1.สะโพกไก่ 5 ชิ้น
                                                       2.กะทิ 1 กระป๋อง
                                                       3.น้ำพริกแกงกะหรี่ 2 ช้อนโต๊ะ

                                                       4.มันฝรั่ง 2 หัว
                                                       5.หอมหัวใหญ่ ¼ หัว
                                                       6.ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) 2 ½ ช้อนโต๊ะ
                                                       7.น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
                                                       8.น้ำเปล่า 1 ถ้วย 
วิธีทำ
1. ปลอกเปลือกมันฝรั่ง ล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า พักไว้
2. ปลอกเปลือกหอมหัวใหญ่ ล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำ แบ่งครึ่ง แล้วซอยหยาบๆ พักไว้
3. นำหัวกะทิประมาณ 1 ถ้วยใส่ลงในหม้อตั้งไฟปานกลาง พอกะทิเริ่มเดือดให้ใส่น้ำพริกแกงกะหรี่ลงไป คนให้เข้ากัน
4. เคี่ยวไปซักพักจนกะทิแตกมัน (คนเป็นระยะ อย่าให้ไหม้) จึงใส่สะโพกไก่ที่ล้างสะอาดแล้วลงไป 
5. รอให้สะโพกไก่สุกทั้งสองด้านจึงใส่กะทิที่เหลือลงไป คนให้เข้ากัน
6. เคี่ยวสะโพกไก่ที่ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อนประมาณ 15 นาที จึงใส่มันฝรั่งและหอมหัวใหญ่ที่หั่นไว้ลงไป
7. เติมน้ำเปล่าลงไป คนให้เครื่องทั้งหมดเข้ากันแล้วจึงปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) และน้ำตาลทราย

8. คนให้ทั่ว ชิมรสตามชอบแล้วเคี่ยวต่อไปอีกประมาณ 15-20 นาที จนมันฝรั่งเริ่มนิ่มและสะโพกไก่เปื่อยได้ที่ก็ปิดเตาและยกลงได้
9. ตักแกงกะหรี่ใส่ถ้วย จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ


                                                 >>>ทานให้อร่อยนะคะ<<<